โครงการอุทยานการศึกษาและพืชสมุนไพร

 

  ประวัติความเป็นมา
  วัตถุประสงค์
  โครงการและกิจกรรม
อาคารมูลนิธิแห่งใหม่
  บริจาค
  วัดป่าสุนันทวนาราม
  มูลนิธิมายา โคตมี
  ข่าวประชาสัมพันธ์
 
  โครงการอุทยานการศึกษาและพืชสมุนไพร
  -กิจกรรมการปลูกหญ้าแฝก
  -กิจกรรมดงสมุนไพร 500 ไร่
  -กิจกรรมการสร้างบ้านดิน
  โครงการรักษ์ป่ารักษ์ชีวิต
  -กิจกรรมสร้างแหล่งอาหารช้างป่า
  -ชมรมพิทักษ์ไพรไทรโยค
  -กิจกรรมการลาดตระเวนป่า
  -กิจกรรมการปลูกกล้วยป่า
  โครงการสาธารณกุศล
  -กิจกรรมพุทธธรรมสร้างภูมิคุ้มกันนักเรียนปฐมวัย
  -กิจกรรมเกื้อกูลอาสาสมัครและชาวบ้าน
  โครงการส่งเสริมอาชีพชุมชม
  -กิจกรรมการกลั่นน้ำมันตะไคร้หอม
  -กิจกรรมเพาะเห็ด



กิจกรรมปลูกหญ้าแฝก
 "...ทุกคนควรจะได้สนใจสังเกต ศึกษาเรื่องราว บุคคลและสิ่งต่าง ๆ ที่แวดล้อมและเกี่ยวข้องกับตัวเองให้มากอย่าละเลยหรือมองข้ามแม้แต่สิ่งเล็กน้อยเช่น ต้นหญ้า ซึ่งถ้าศึกษาพิจารณาให้ดีก็จะก่อให้เกิดปัญญาได้ หญ้านั้นมีทั้งหญ้าที่เป็นวัชพืชซึ่งเป็นโทษ และหญ้าที่มีคุณอย่าง "หญ้าแฝก"ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างยิ่งแก่การอนุรักษ์ดินและน้ำ เพราะมีรากที่หยั่งลึกแผ่กระจายลงไปตรง ๆ ทำให้อุ้มน้ำและยึดเหนี่ยวดินได้มั่นคงและมีลำต้นชิดติดกันแน่นหนา ทำให้ดักตะกอนดินและรักษาหน้าดินได้ดี..."
พระบรมราโชวาท ๒๔ กรกฎาคม ๒๕๔๐ ความเป็นมา
 การชะล้างพังทลายของดินเป็นปัญหาที่สำคัญอย่างหนี่งของประเทศ มีผลต่อความเสื่อมโทรมของทรัพยากรดิน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงตระหนักถึงความสำคัญและความจำเป็นในการป้องกันและแก้ไขปัญหา จึงพระราชทานพระราชดำริให้มีการนำหญ้าแฝกมาใช้ในการอนุรักษ์ดินและน้ำ เพื่อป้องกันการชะล้างพังทลายของดินและปรับปรุงสภาพแวดล้อมให้ดีขี้น เนื่องจากหญ้าแฝกเป็นพืชที่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ง่าย มีรากที่ยาว แผ่กระจายลงไปในดินตรง ๆ เป็นแผง และง่ายต่อการรักษา เมื่อวันที่ ๒๒ มิถุนายน ๒๕๓๔ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชดำริเป็นครั้งแรกให้หน่วยงานต่าง ๆ ทำการศึกษา ทดลอง และดำเนินการปลูกหญ้าแฝกเพื่อเป็นการป้องกันการชะล้างพังทลายของดินและเพื่อประโยชน์อื่น ๆ หน่วยงานทั้งหลายจึงได้รับสนองพระราชดำริตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา พระราชดำริพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ให้หน่วยงานต่าง ๆ ดำเนินการศึกษาทดลองเกี่ยวกับหญ้าแฝกมีใจความสรุปได้ว่า
๑. หญ้าแฝกเป็นพืชที่มีระบบรากลึก แผ่กระจายลงไปในดินตรง ๆ เป็นแผงเหมือนกำแพง ช่วยกรองตะกอนดินและรักษาหน้าดินได้ดี จึงควรนำมา ศึกษาทด ลองปลูก ให้ทดลองปลูกหญ้าแฝกเพื่อป้องกันการพังทลายของดินในพื้นที่ศูนย์ศึกษาการพัฒนาและพื้นที่อื่น ๆ ที่เหมาะสมอย่างกว้างขวาง
๒. การดำเนินการทดลองการปลูกหญ้าแฝก ให้พิจารณาลักษณะของภูมิประเทศ ซึ่งแบ่งตามลักษณะของพื้นที่ดังนี้
ก. การปลูกหญ้าแฝกบนพื้นที่ภูเขา ให้ปลูกหญ้าแฝกตามแนวขวางของความลาดชันและในร่องน้ำของภูเขา เพื่อป้องกันการพังทลายของหน้าดิน และช่วยเก็บความชื้นในดินไว้ด้วย
ข. การปลูกหญ้าแฝกบนพื้นที่ราบ ให้ดำเนินการในลักษณะดังนี้
- ปลูกโดยรอบแปลง
- ปลูกลงในแปลง แปลงละ ๑ หรือ ๒ แนว
- สำหรับแปลงพืชไร่ ให้ปลูกตามร่องสลับกับพืชไร่
ค. การปลูกหญ้าแฝกรอบสระน้ำ เพื่อป้องกันอ่างเก็บน้ำมิให้ตื้นเขินอันเนื่องมาจากตะกอนจากการพังทลายของดิน ตลอดจนช่วยรักษาดินเหนือ อ่างและช่วยให้ป่าไม้ในบริเวณพื้นที่รับน้ำทวีความสมบูรณ์ขี้นอย่างรวดเร็ว
ง. การปลูกหญ้าแฝกเหนือบริเวณแหล่งน้ำ ปลูกแฝกเป็นแนวป้องกันตะกอนดินและกรองของเสียต่าง ๆ ที่ไหลลงในแหล่งน้ำทั้งนี้ให้บันทึกภาพ ก่อนดำเนินการและหลังการดำเนินการไว้เป็นหลักฐาน
๓. ผลของการศึกษาทดลอง ควรเก็บข้อมูลทั้งทางด้านการเจริญเติบโตของลำต้นและราก ความสามารถในการอนุรักษ์ความสมบูรณ์ของดินและการเก็บความชื้นในดินและเรื่องพันธุ์หญ้าแฝกต่าง ๆ
เนื่องด้วยมูลนิธิพระอาจารย์มิตซูโอะ คเวสโกให้ความสำคัญของการอนุรักษ์ทรัพยากรดินและน้ำ รวมไปถึงผลกระทบทางด้านสิ่งแวดล้อมอันเนื่องมาจากการชะล้างพังทลายของดินเชิงลาดถนน ได้ร่วมในโครงการพัฒนาและรณรงค์การใช้หญ้าแฝกอันเนื่องมาจากพระราชดำริ โดยได้กำหนดเป็นนโยบายให้พื้นที่บริเวณภายในวัดสุนันทวนาดำเนินการปลูกหญ้าแฝกเพื่อป้องกันการชะล้างพังทลายของดินลาดคันทางและลาดเหนือคันทางในสายทางต่าง ๆ พร้อมทั้ง ส่งเสริมแผยแพร่ข้อมูลเทคนิควิชาการเกี่ยวกับหญ้าแฝกแก่ผู้เข้าร่วมปฏิบัติธรรมในวัดสุนันทวนาราม และได้นำหลักธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้าเผยแพร่ให้แก่ผู้ร่วมกิจกรรม เช่นหลักการทำงานโดยใช้อิทธิบาท 4 เพื่อเป็นการส่งเสริมการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ พื้นที่เป้าหมาย การดำเนินการปลูกหญ้าแฝกของมูลนิธิพระอาจารย์มิตซูโอะ คเวสโกคือ เชิงลาดดินบริเวณศูนย์เยาวชน, ทางเดินเรียบถนน, พื้นที่ริมบ่อน้ำทางเดินไปอุโบสถ, รอบต้นไม้ประจำจังหวัด ณ อุทยานสวนสมุนไพร 500 ไร่, เชิงลาดดินถมคันทาง (Side Slope) ที่สูงและพื้นที่ที่มี่แนวโน้มที่จะเกิดการชะล้างพังทลายของดิน สำซึ่งส่วนใหญ่ปกคลุมด้วยดินทรายที่สลายตัวมาจากหินแกรนิตและหินทราย เป็นพื้นที่เป้าหมายเพื่อป้องกันการชะล้างพังทลายของดินและการอนุรักษ์ดิน การปลูกหญ้าแฝก บริเวณเชิงลาดทางมีอยู่ ๒ ลักษณะ ขึ้นอยู่กับสภาพความรุนแรงหรือแนวโน้มของการจะเกิดการชะล้างพังทลายของเชิงลาดทางคือ
๑. การปลูกในพื้นที่เชิงลาดที่มีแนวโน้มของการเกิดการชะล้างพังทลายของดินต่ำ การปลูกหญ้าแฝกในพื้นที่เชิงลาดนี้เป็นรูปแบบการปลูกโดยทั่วไปมีลักษณะการปลูกหญ้าแฝกเป็นแถวขวางแนวลาดเท โดยมีระยะห่างระหว่างกอกล้าแฝกในแถวอยู่ในช่วง ๑๐ เซนติเมตร และมีระยะห่างระหว่างแถวที่ปลูกตามแนวลาดเท ประมาณ ๑.๐๐ เมตร
๒. การปลูกในพื้นที่เชิงลาดที่ได้เกิดการชะล้างพังทลายหรือมีแนวโน้มของการเกิดการชะล้างพังทลายของดินสูง การปลูกหญ้าแฝกในพื้นที่ลักษณะนี้เพื่อลดหรือป้องกันไม่ให้การพังทลายของดินเกิดลุกลามขยายตัวรุนแรงขึ้น หรือเป็นการปลูกในงานก่อสร้างแก้ไขการเคลื่อนตัวของดิน ลักษณะการปลูกจะลดระยะห่างระหว่างกอกล้าแฝกในแถวเป็น ๕ เซนติเมตร และมีระยะห่างระหว่างแถวที่ปลูกตามแนวลาดเทประมาณ ๕๐ เซนติเมตร วิธีคัดเลือกกล้าหญ้าแฝก ปกติกล้าหญ้าแฝกจะมีอายุประมาณ 14 วัน นับวันจากรากใหม่ที่แตกออก หญ้ากล้าแฝกชุดนี้มีอายุประมาณ 28 วัน ซึ่งเลยมา 14 วัน จึงจำเป็นต้องคัดเลือกต้นที่ยังมีชีวิตอยู่ เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพการปลูก ขั้นตอนการคัดเลือกกล้าหญ้าแฝก คือ ให้ลอกกาบสีน้ำตาลออก 1-2 ชั้น จนพบลำต้น
a. ลักษณะลำต้นที่ยังมีชีวิตอยู่คือ : มีลำต้นสีเขียว และรากมีสีขาว
b. ลักษณะลำต้นที่ตายแล้วคือ : มีลำต้นและรากเป็นสีน้ำตาล ซึ่งจะมีกลิ่นเหม็นเน่า
วิธีการปลูกหญ้าแฝก
• ใช้กล้าหญ้าแฝก 1 หน่อต่อหนึ่งหลุม
• วางกล้าตั้งตรง 90 องศา กับพื้นดิน ลงหลุมลึกประมาณ 1 นิ้ว
• วางเรียงต้นกล้าแฝกตามแนวโค้งครึ่งวงกลม โดยกล้าหญ้าแฝกระยะห่างระหว่างต้นประมาณ 7 ฝ่ามือ
• กลบดินให้แน่นพอให้ต้นตั้งตรงอยู่ได้มั่นคง
ภาพบางส่วนของกิจกรรมปลูกหญ้าแฝกจากคณะปฏิบัติธรรม ณ วัดสุนันทวนาราม ปี 2551

-คณะปฏิบัติธรรมนักเรียนการบินพลเรือน ร่วมกิจกรรมปลูกหญ้าแฝกเมื่อวันที่  18 กรกฏาคม 2551 ณ อุทยานการศึกษาสมุนไพร 500 ไร่
-คณะปฏิบัติธรรมนักเรียนอาชีวะและมัธยมต้น ร่วมกิจกรรมเตรียมพื้นที่ปลูกหญ้าแฝก และต้นกล้าหญ้าแฝกเมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2551
 

2009 Pra Ajahn Mitsuo Foundation. All Rights Reserved.